คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก

การตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก ในปัจจุบันมีความปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักในปัจจุบันสามารถทำการผ่าตัดแบบสอดกล้อง ซึ่งทำให้บาดแผลมีขนาดเล็ก มีความเจ็บน้อย และสามารถฟื้นตัวได้เร็ว รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงในการผ่าตัดด้วย มีคำถามคาใจเกี่ยวกับผ่าตัดกระเพาะหลายเรื่องที่พบบ่อย

1. เป็นวิธีแก้ปัญหาความอ้วนแบบเด็ดขาด

ความอ้วนไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำหนักที่มาก กินเยอะ ขี้เกียจออกกำลังกายอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว ความอิ่มและการเผาผลาญที่ลดลงด้วย รวมทั้งเป็นสิ่งที่ทางการแพทย์อาจยังอธิบายได้ไม่หมดว่าทำไมถึงอ้วนได้ขนาดนั้น

2. ลดขนาด มีผลต่อการลดความหิว

การผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน ไม่ใช่เพียงการลดขนาดกระเพาะแล้วกินน้อยลงเฉยๆ แต่มีการตัดสัญญาณความหิวลงไปด้วย ส่งผลทำให้ความหิวความอิ่มเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งต่างจากการกินน้อย ซึ่งเราจะต้องกัดฟันทนหิว ดังนั้นการ ผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน จึงควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่ามาก เพราะแทบไม่หิวเลย

3. ความเสี่ยงไม่ต่างกับผ่านิ่วในถุงน้ำดี

ความเสี่ยงของการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วนนั้น มีค่าเทียบเท่าการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี เพราะปัจจุบันเป็นการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วนแบบส่องกล้อง แผลเล็กฟื้นตัวเร็วหมดแล้ว ระยะยาวผลต่อสุขภาพดีกว่าการปล่อยให้อ้วนต่อมาก

4. แก้เครียดได้ ด้วยกำลังใจ

หลังผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน อาจทำให้เกิดความเครียดจากการกินที่เปลี่ยนแปลงได้ ในช่วงแรกของการปรับตัว ดังนั้นกำลังใจที่สนับสนุนจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

5. รักษาโรคมากมาย

ผลดีของการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน ไม่ใช่แค่ได้ลดน้ำหนักเท่านั้น มีผลดีต่อการรักษาโรคควมดันโลหิตสูง เบาหวาน เก๊าท์ นอนกรน และอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงโรคซึมเศร้าที่ดีขึ้นได้ด้วย

6. การผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วนได้ผลดีมากในการรักษาเบาหวาน

หากคุณถูกวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานและพยายามลดน้ำหนักแล้วไม่ลดลง การพิจาณาการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วนนี้ จะสามารถทำให้เบาหวานหายไปได้ ดังนั้นการลองพยายามรักษาด้วยการใช้ยานานเกินไป กลับทำให้เสียโอกาสที่จะหายขาดจากเบาหวาน

7. แผลเป็นหลังการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วนนั้นเล็กมากนะ

ส่วนใหญ่มีรูแผลขนาด 2–4 เซนติเมตร จำนวน 5 แผลเอง

8. ผ่าตัดกระเพาะ การฟื้นตัวนั้นเร็วมาก

เดินได้ใน 24 ชั่วโมง เริ่มจิบน้ำได้ในวันที่สอง และกลับไปทำงานแบบนั่งโต๊ะได้ใน 7 วัน

9. ในสองเดือนแรกหลังการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วนจะลำบากในการปรับตัวกับการกินอาหาร

เพราะจำนวนที่ทานจะน้อยลงมาก หลังจากนั้นจะทานได้ทุกอย่างเป็นปกติ แต่ในปริมาณที่เล็กลง น้ำหนักจะลดลงต่อเนื่อง

10. น้ำหนักจะลดลงเรื่อยๆ จนน้ำหนักจะหายไปราวๆ 60 เปอร์เซนต์ของน้ำหนักที่เกินมา

เช่น น้ำหนักเดิม 100 กก น้ำหนักปกติคือ 50 กก เกินมา 50 กก หลังการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วนน้ำหนักจะหายไปราว 50 กก x 60% = 30 กก. ใน6–8 เดือน หลังจากนั้นจะลดลงอีกช้าๆ ขึ้นกับกิจกรรมการออกกำลังกายและการคุมอาหารต่อเนื่องไปอีก 1 ปี

11. บางคนเข้าใจผิด คิดว่าหลังผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน น้ำหนักจะลดลงไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุดจนตาย

อันนี้ไม่จริงครับ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะหยุดเอง

12. ศัลยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน ควรผ่านการอบรมสาขาศัลยกรรมส่องกล้องและการผ่าตัดลดน้ำหนักโดยเฉพาะ

เพราะการผ่าตัดอาจมีอุปสรรคทำให้ต้องแก้ไขภาวะความผิดปกติอื่นๆ ในช่องท้องร่วมด้วยเช่นไส้เลื่อนกระบังลมหรือถุงน้ำดี